ศาลพระกาฬ ขออะไรก็ได้หมดทุกเรื่อง ยกเว้นขอให้ไม่เป็นทหาร

ศาลพระกาฬ ขออะไรก็ได้หมดทุกเรื่อง ยกเว้นขอให้ไม่เป็นทหาร

ศาลพระกาฬ ขออะไรก็ได้หมดทุกเรื่อง ยกเว้นขอให้ไม่เป็นทหาร

ใครก็ตามที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่ ลพบุรี เมืองลิง คงจะต้องเคยเห็นปรางค์สามยอด ที่เป็นโบราณสถานอันขึ้นชื่อของจังหวัดนี้แน่ ๆ และหากมองไปฝั่งตรงข้าม ท่านจะได้เห็นศาลที่มีผู้คนมากมายเข้าไปกราบสักการะ ศาลนั้นมีชื่อว่า ศาลพระกาฬ ศาลที่ขึ้นชื่อว่าขออะไรก็ขอได้ แต่ห้ามขอเรื่องจะไม่เป็นทหาร

 

ศาลพระกาฬ

 

ประวัติของศาลพระกาฬ

ศาลพระกาฬ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง ที่อยู่สูงจากพื้นดิน เป็นศาสนสถานที่เป็นฐานศิลาแลงขนาดมหึมา สันนิษฐานกันว่าฐานศิลาแลงดังกล่าวเป็นฐานพระปรางค์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หรือสร้างสำเร็จแต่พังถล่มลงมาภายหลัง โดยมิได้รับการซ่อมแซมให้ดีดังเดิม ศาลพระกาฬเป็นสิ่งก่อสร้างของขอม สืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรีในอดีต

 

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้สร้างศาลเทพารักษ์ขนาดย่อมก่ออิฐถือปูน มีลักษณะสถาปัตยกรรมตามพระราชนิยม ทรงตึกเป็นแบบฝรั่งหรือเปอร์เซียผสมผสานกับไทยบนฐานศิลาแลงเดิม ตัวศาลเป็นอาคารชั้นเดียวหลบแดดขนาดสามห้อง ภายในบรรจุทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ กับเทวรูปสีดำองค์หนึ่ง

ศาลพระกาฬ

ในปี พ.ศ. 2421 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองลพบุรี ทรงให้ความเห็นเกี่ยวกับศาลสูง ว่า “ออกจากพระปรางค์สามยอดเดินไปสักสองสามเส้น ถึงศาลพระกาล ที่หน้าศาลมีต้นไทรย้อย รากจดถึงดิน เป็นหลายราก ร่มชิดดี เขาทำแคร่ไว้สำหรับนั่งพัก…ที่ศาลพระกาลนั้นเป็นเนินสูงขึ้นไปมาก มีบันใดหลายสิบขั้น ข้างบนเป็นศาลหรือจะว่าวิหารสามห้อง เห็นจะเป็นช่อฟ้า ใบระกา แต่บัดนี้เหลืออยู่เพียงแต่ผนัง ที่แท่นมีรูปพระนารายณ์สูงประมาณ ๔ ศอก เป็นเทวรูปโบราณทำด้วยศิลา มีเทวรูปเล็ก ๆ เป็นพระอิศวรกับพระอุมาอีก ๒ รูป ออกทางหลังศาลมีบันใดขึ้นไปบนเนินสูงอีกชั้นหนึ่ง มีหอเล็กอีกหอหนึ่ง มีแผ่นศิลาเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑแผ่นหนึ่ง มีรูปนารายณ์ประทมสินธุ์แผ่นหนึ่งวางเปะปะ ไม่ได้ตั้งเป็นที่”

 

ราวปี พ.ศ. 2465 ศาลเทพารักษ์หลังเดิมขนาดสามห้องได้ทรุดโทรมลงมาก จึงมีการอัญเชิญเทวรูปองค์ดำดังกล่าวลงมาประดิษฐาน ณ เรือนไม้มุงสังกะสีบริเวณพระปรางค์ชั้นล่า มีต้นไทรและกร่างปกคลุมทั่วบริเวณ ในปี พ.ศ. 2480 จึงมีการสร้างกำแพงเตี้ย ๆ ก่อด้วยศิลาแลงโดยรอบ

 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 หรือ พ.ศ. 2495 ได้มีการสร้างศาลพระกาฬขึ้นใหม่เนื่องจากเรือนไม้สังกะสีเดิมได้ทรุดโทรมลง ศาลพระกาฬหลังใหม่จึงถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมทรงไทยร่วมสมัยของกรมศิลปากรสมัยหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ เป็นหัวหน้ากองสถาปัตยกรรม ก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. 2496 ซึ่งดูเด่นเป็นสง่า ณ บริเวณหน้าฐานพระปรางค์โบราณ และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2495

 

เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำศาล

ศาลพระกาฬ

เจ้าพ่อพระกาฬ อาจเป็นเทวรูปแทนพระวิษณุ หรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นเทวรูปรุ่นเก่า ศิลปะลพบุรี แต่เดิมเจ้าพ่อพระกาฬมีพระกายสีดำ ทำจากศิลา ไม่มีพระเศียร และพระกรทั้งหมด กล่าวกันว่าเจ้าพ่อพระกาฬได้ไปเข้าฝันผู้ประสงค์ดีท่านหนึ่ง นัยว่าขอพระเศียรและพระกรเท่าที่จะหามาได้ ซึ่งได้มีผู้ศรัทธาได้จัดหาเศียรพระศิลาทรายศิลปะสมัยอยุธยา ส่วนพระกรนั้น ได้เพียงข้างเดียวจากทั้งหมดสี่ข้าง

 

ปัจจุบัน เจ้าพ่อพระกาฬไม่เหลือเค้าเดิมซึ่งมีสีดำอีกแล้ว ด้วยถูกปิดทองจากผู้ศรัทธา แลดูเหลืองอร่ามจนสิ้น

 

สรุป ศาลพระกาฬ เปิดประวัติศาลประจำเมืองลิง

ศาลพระกาฬ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่อยู่สูงจากพื้นดิน เป็นศาสนสถานที่เป็นฐานศิลาแลงขนาดมหึมา เป็นสิ่งก่อสร้างของขอม นปี พ.ศ. 2494 หรือ พ.ศ. 2495 ได้มีการสร้างศาลพระกาฬขึ้นใหม่เนื่องจากเรือนไม้สังกะสีเดิมได้ทรุดโทรมลง ศาลพระกาฬหลังใหม่จึงถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมทรงไทยร่วมสมัย และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2495 ซึ่งใครก็ตามที่จะเดินทางไปขอโชคลาภ สามารถไปตามแผนที่ด้านล่างเลยครับ ใครอยากขออะไรก็สมหวัง แต่เตือนไว้ว่า อย่าขอให้ไม่เป็นทหารเชียวนะครับ

 

 

> > > ดูทุกที่ ส่องทุกสิ่ง ตัวเลขอยู่แค่เอื้อม < < <
เพียง คลิ๊ก > > > ส่องเลข < < <

 

เรื่องอื่น ๆ ที่ น่าส่อง